เมนูหลัก
เว็บบริการ

ถั่วดาวอินคา: พืชอาหารและยาที่น่าสนใจ

    

ถั่วดาวอินคา(Plukenetia volubilis L.) (Sacha Inchi หรือ mountain peanut หรือ Incapeanut) เป็นพืชพื้นถิ่น ของประเทศในแถบลุ่มน้ำอเมซอน ได้แก่ ประเทศเปรู บราซิล เวเนซูเอลา และ โคลัมเบีย เป็นต้น เมล็ดของถั่วดาวอินคาเป็นเมล็ดพืชที่มีการใช้ประโยชน์ในรูปแบบของอาหาร โดยชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศเปรูนิยมบริโภคเมล็ดถั่วดาวอินคาในรูปแบบของแป้ง หรือ นำมาสกัดน้ำมันสำหรับใช้บริโภค

          เมล็ดถั่วดาวอินคายังมีการใช้ประโยชน์เป็นยารักษาโรคที่มีการใช้ในการรักษาโรคไข้รูมาติก หรือ อาการปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น ตั้งแต่ในอดีตน้ำมันที่สกัดจากเมล็ดถั่วดาวอินคาถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการเป็นเครื่องสำอางของผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศในแถบอเมซอนทำให้ในปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดถั่วดาวอินคาในการเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางหรือถูกใช้บริโภคในรูปของอาหารเสริมโดยตรง โดยสรุปแล้วถั่วดาวอินคาจัดเป็นพืชที่สามารถใช้ได้  ในการประกอบอาหาร ใช้เป็นยา และ ใช้ทำเครื่องสำอางได้

          ต้นของถั่วดาวอินคาเป็นพืชยืนต้น เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่น เมื่อลำต้นโตเต็มที่จะมีความสูงประมาณ 2 เมตร ใบมีขนอ่อน รูปร่างคล้ายหัวใจ  ฝักของถั่วดาวอินคามีลักษณะเป็นแคปซูล เรียงตัวติดกันเป็นแฉกรูปดาวตั้งแต่ 4 แฉก ถึง 7 แฉก เมื่อฝักยังอ่อนอยู่จะมีสีเขียว ภายในฝักมีแคปซูลที่ห่อหุ้มเมล็ดถั่วดาวอินคาไว้ภายใน เมื่อฝักแก่จะเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลเข้ม เมื่อนำฝักแก่มากะเทาะจะได้แคปซูลสีน้ำตาลเข้ม ที่ห่อหุ้มเมล็ดถั่วไว้ภายใน เมื่อทำแคปซูลให้แตกออกจะได้เมล็ดถั่วที่มีลักษณะทรงกลมรี มีสีขาวขุ่นออกมา สีขาวของเมล็ดถั่วจะเปลี่ยนสี เช่น เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แล้ว

          องค์ประกอบหลักที่พบในเมล็ดถั่วดาวอินคา ได้แก่ น้ำมัน และ โปรตีน ซึ่งมีอยู่ในช่วงปริมาณร้อยละ 40-60 และ 27-33 ตามลำดับ (Hamaker et al., 1992) น้ำมันถั่วดาวอินคาที่สกัดออกมาจากเมล็ดถั่วดาวอินคา เป็นน้ำมันที่เป็นองค์ประกอบหลักเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูงถึงร้อยละ 94 เมื่อทำการวิเคราะห์ชนิดของกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เป็นองค์ประกอบในน้ำมันถั่วดาวอินคาพบว่ามีองค์ประกอบแยกย่อยเป็นกรดอัลฟาไลโนเลนิก (กรดไขมันชนิดโอเมก้า 3) อยู่ร้อยละ 49 มีกรดไลโนเลอิก(กรดไขมันชนิดโอเมก้า 6) ปริมาณร้อยละ 37 และ มีกรดโอเลอิก (กรดไขมันชนิดโอเมก้า 9) อยู่ในปริมาณร้อยละ 9 (Hanssen and Schmitz-Hübsch, 2011)

          ในน้ำมันถั่วดาวอินคายังมีสารแกมมาและเดลตาโทโคฟีรอล ซึ่งสารดังกล่าวมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านการเกิดออกซิเดชัน ซึ่งลดการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ วิตามินอี เกลือแร่ สารโพลีฟีนอล และ สารไฟโตสเตอรอล เป็นองค์ประกอบในน้ำมันอยู่ด้วย จากการที่น้ำมันของเมล็ดถั่วดาวอินคามีสารประกอบที่มีประโยชน์หลายชนิด น้ำมันถั่วดาวอินคาจึงเป็นน้ำมันที่มีสรรพคุณทางยาอยู่ด้วย การบริโภคน้ำมันถั่วดาวอินคาที่มีส่วนประกอบที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ มีกรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 6 และ 9 และวิตามินอี และวิตามินเอ ในปริมาณที่เหมาะสม กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวเหล่านี้จะส่งผลในการลดความดันเลือด ลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดให้น้อยลง สารสำคัญอื่นๆ ในน้ำมันถั่วดาวอินคายังส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น สามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ และยังมีผลในการลดการอักเสบของข้อให้ลดน้อยลงได้อีกด้วย 

          จากปริมาณของโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบของถั่วดาวอินคาทั้งหมด โปรตีนปริมาณ 1 ใน 3 ของโปรตีนที่พบในถั่วดาวอินคาเป็นโปรตีนประเภทที่ละลายน้ำได้ดี โดยพบว่าโปรตีนอัลบูมิน โปรตีนของถั่วดาวอินคา เป็นโปรตีนที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย  ได้แก่ กรดอะมิโนทริปโตฟาน และกรดอะมิโนฟีนิลแอลานีน ในปริมาณที่แตกต่างกัน

           จากการศึกษาความเป็นพิษของเมล็ดถั่วดาวอินคาและใบของถั่วดาวอินคา พบว่า ในเมล็ดและใบดิบที่ยังไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยความร้อนในระดับที่เพียงพอ ยังคงพบสารที่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ได้แก่ สารอัลคาลอยด์ ซาโปนิน และ เล็กทิน ปะปนอยู่ด้วยปริมาณหนึ่ง (Srichamnong et al., 2018) แต่อย่างไรก็ตามสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเหล่านี้จะถูกทำลายหรือทำให้มีปริมาณที่ลดลงได้ด้วยกระบวนการแปรรูปโดยใช้ความร้อน ดังนั้นเพื่อให้สามารถบริโภคเมล็ดและใบของถั่วดาวอินคาได้อย่างปลอดภัย ควรต้องมีการแปรรูปด้วยความร้อนในปริมาณและระยะเวลาที่เพียงพอที่จะทำให้ความเป็นพิษลดน้อยลงก่อนจะนำมาบริโภค

ผู้เขียนบทความ: ผศ.ดร.นัยวิท เฉลิมนนท์
E-mail: naiyawit@gmail.com

 

เอกสารอ้างอิง

Hamaker, B., C. Valles, R. Gilman, R. Hardmeier, D. Clark, H. Garcia, A. Gonzales, I. Kohlstad, M. Castro, and R. Valdivia.1992. Amino acid and fatty acid profiles of the Inca peanut (Plukenetia volubilis). Cereal Chem 69(4):461-463.

Hanssen, H.-P. and M. Schmitz-Hübsch. 2011. Sacha Inchi (Plukenetia volubilis L.) Nut Oil and Its Therapeutic and Nutritional Uses. Pages 991-994 in Nuts and Seeds in Health and Disease Prevention. Vol. Chapter 117. V. R. Preedy, R. R. Watson, and V. B. Patel, ed. Academic Press, San Diego.

Srichamnong, W., P. Ting, P. Pitchakarn, O. Nuchuchua, and P. Temviriyanukul. 2018. Safety assessment of Plukenetia volubilis (Inca peanut) seeds, leaves, and theirproducts. Food Science & Nutrition.